ปริศนา(อีกแล้ว)! ประธานศาล ปค. แค่1เดือนตรวจราชการซ้ำ2ครั้งที่พิษณุโลก

เมื่อ: Sunday, November 25th, 2012 ไม่มีความคิดเห็น »

โดยประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์

ต้องขอบคุณคุณดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการศาลปกครองที่ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกและยกยอดฉัตรทองคำลูกแก้ว ณ วัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัยของประธานศาลปกครองสูงสุด

หนังสือชี้แจงดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ส่วน

ส่วนแรกว่าด้วยข้อเท็จจริงการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกและยกยอดฉัตรทองคำลูกแก้ว ณ วัดพิพัฒน์มงคล จังหวัดสุโขทัยของนายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด

ส่วนที่สอง เป็นความห่วงใยของคุณดิเรกฤทธิ์ที่มีต่อผมว่า การเขียนข่าว(บทความ)ที่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่ไม่ครบถ้วน ขาดการตรวจสอบส่งผลให้ประชาชนเข้าใจผิดและเสื่อมศรัทธาต่อบุคคลและองค์กรนั้น ซี่งเป็นเรื่องใหญ่มาก และกระทบถึงจริยธรรมของสื่อมวลชนมาก

ผมจึงเป็นห่วงคุณประสงค์อย่าได้เขียนข่าวโดยปักใจเชื่อข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนที่ได้รับทางไปรษณีย์หรือจากแหล่งข่าวที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ต่อไปอีกเลยนะครับ” 

(คลิกอ่าน เลขาฯศาลปค.แจงปรับแผนตรวจราชการ “ประธาน”ให้สอดคล้องกับยกยอดฉัตร)

(คลิกอ่าน ปริศนา!ประธานศาล ปค.ตรวจราชการ-ยกยอดฉัตรวันเวลาเดียวกัน ซ้ำรอย “จารุวรรณ”?)

จากการอ่านคำชี้แจงในส่วนแรกเรื่องการเดินทางไปปฏิบัติราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก และยกยอดฉัตรทองคำลูกแก้ว ณ วัดพิพัฒน์มงคล ของประธานศาลปกครองสูงสุดพบว่า ยังมีความคลุมเครือไม่ชัดเจน ดังนี้

1.ตามกำหนดการระยะเวลาในการตรวจราชการ(9.00-11.30 น.)ที่ศาลปกครองพิษณุโลกทับซ้อนกับพิธีอัญเชิญยอดฉัตร(เวลา 10.59 น. )ณ วัดพิพัฒน์มงคล อ.ทุ่งเสลี่ยม จังหวัดสุโขทัย มีการแก้ไขกำหนดการเพื่อให้ประธานศาลปกครองฯสามารถตรวจราชการได้อย่างเหมาะสมคุ้มค่ากับเงินของทางราชการที่เบิกจ่ายไปหรือไม่อย่างไร ตามข้ออ้างที่ว่า การเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่าย “เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติภารกิจของศาลปกครองหรือเพื่อเกียรติแห่งประธานศาลปกครองสูงสุด

โดยอ้างแต่เพียงว่า สำนักงานศาลปกครอง จึงได้เสนอปรับแผนการเดินทางไปตรวจราชการและกำหนดการให้เป็นช่วงเวลาที่ท่านจะสามารถไปเป็นประธานและร่วมโครงการของสำนักงานศาลปกครองได้ด้วย

2.การไปร่วมพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำลูกแก้ว ณ วัดพิพัฒน์มงคลและปฏิบัติธรรมของข้าราชการศาลปกครองถือเป็นการไปปฏิบัติราชการตามบันทึกของสำนักบริหารงานกลาง ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2555 หรือไม่

ถ้าใช่ เมื่อประธานศาลปกครองฯได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมข้าราชการที่เข้าร่วมปฏิบัติธรรม  ทำไมไม่ตั้งเรื่องเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆสำหรับประธานศาลปกครองฯและผู้ติดตามโดยตรง แต่ไปตั้งเรื่องเบิกจ่ายการไปตรวจราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลก

3.การเดินทางไปทอดกฐินพระราชทานหรือกฐินหลวงของหน่วยงานรัฐต่างๆถือเป็นการปฏิบัติราชการเช่นเดียวกับการการเดินทางไปปฏิบัติธรรมของสำนักงานศาลปกครองหรือไม่

ถ้าใช่ ทำไมไม่สามารถตั้งเรื่องเบิกจ่าย จนทำให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต้องจัดสัมมนาบังหน้าเพื่อเบิกค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้บริหารถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูลความผิดทางอาญา

4.คุณดิเรกฤทธิ์อ้างว่า สำนักงานศาลปกครองได้กราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดเข้าร่วมโครงการปฏิบัติธรรม ณ วัดพิพัฒน์มงคล ทั้งๆที่ในหนังสือชี้แจงฉบับเดียวกัน(และเอกสารแนบ)ก็ระบุชัดว่า เจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคลอาวาสมีหนังสือกราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานในพิธีอัญเชิญยอดฉัตรทองคำลูกแก้วมงคลนิมิตฯ(เป็นการส่วนตัว?)และประธานศาลปกครองฯบัญชาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2555 ให้สำนักงานศาลปกครองดำเนินการต่อไป

ดังนั้น โครงการดังกล่าว จึงเป็นบัญชาของประธานศาลปกครอง แม้สำนักงานศาลปกครองไม่กราบเรียนเชิญประธานศาลปกครองสูงสุดเข้าร่วม ประธานศาลปกครองฯก็ต้องเดินทางไปเป็นประธานยกยอดฉัตรฯ(เป็นการส่วนตัว?)อยู่ดี

คุณดิเรกฤทธิ์ชี้แจงด้วยว่า ในการเชิญชวนข้าราชการและตุลาการเข้าร่วมโครงการและร่วมทำบุญโดยไม่มีการเบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณแต่อย่างใด

แต่ทำไมประธานศาลปกครองฯซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยงานจึงเป็นบุคคลเดียวที่เบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณ ทั้งๆที่มีรายได้และมีเกียรติยศมากกว่าข้าราชการตุลาการศาลปกครอง

5.คุณดิเรกฤทธิ์ยังอ้างด้วยว่า ในเดือนกรกฎาคม ประธานศาลปกครองสูงสุดมีแผนการตรวจราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลกอยู่แล้ว

แต่จากการตรวจสอบจากเว็บไซต์ศาลปกครอง(  http://www.admincourt.go.th/news_01.aspx  ) พบว่า   นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ประธานศาลปกครองสูงสุด นายวิชัย ชื่นชมพูนุท รองประธานศาลปกครองสูงสุด นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง และคณะผู้บริหารสำนักงานศาลปกครองเพิ่งเดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองพิษณุโลก เพื่อมอบนโยบายและติดตามผลการดำเนินงาน ระหว่างวันที่ 18-19 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา(ก่อนอ้างว่า เดินทางไปตรวจราชการอีกครั้งในวันที่ 28 กรกฎาคม 255 5 อีกครั้งพร้อมกับการยกยอดฉัตรซึ่งห่างกันเดือนเศษเท่านั้น)

(คลิกดู http://www.admincourt.go.th/news_01_detail.aspx?News_data_Index=+5776+)

จากการตรวจสอบยังพบด้วยว่า ประธานศาลปกครองสูงสุดและคณะได้เดินทางไปตรวจราชการที่ศาลปกครองจังหวัดต่างๆตั้งแต่ต้นปี 2555รวมแล้ว 9 ครั้ง ดังนี้

27-28 กุมภาพันธ์ เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองอุบลราชธานี

14-15 มีนาคม เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองระยอง

23-24 เมษายน เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองขอนแก่น

 

30 เมษายน-1พฤษภาคม เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองนครราชสีมา

 

21-22 พฤษภาคม เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองอุดรธานี

5-6 มิถุนายน เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองนครศรีธรรมราช

11-12มิถุนายน เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองเชียงใหม่

18-19 มิถุนายน  เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองพิษณุโลก

5-6 กรกฎาคม เดินทางไปตรวจราชการศาลปกครองสงขลา

คำถามคือ ทำไมประธานศาลปกครองฯต้องเดินทางไปตรวจราชการซ้ำที่ศาลปกครองพิษณุโลกทั้งที่เพิ่งเดินทางไปตรวจราชการมาเพียงเดือนเศษ

ยังมีศาลปกครองอีกหลายแห่งที่ประธานศาลปกครองยังไม่ได้เดินทางไปตรวจราชการในปีนี้หรือควรเดินทางไปตรวจราชการซ้ำที่ศาลปกครองที่เดินทางไปมาเมื่อต้นปีซึ่งเวลาห่างกันหลายเดือน

ศาลปกครองพิษณุโลกมีลักษณะพิเศษ หรือมีความบกพร่องอย่างไร ประธานศาลปกครองฯจึงต้องเข้มงวดกวดขัน ถึงกับต้องไปตรวจราชการซ้ำถึง2ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน

จากข้อเท็จจริงดังกล่าว การที่คุณดิเรกฤทธิ์อ้างว่า ในเดือนกรกฎาคม ประธานศาลปกครองสูงสุดมีแผนการตรวจราชการที่ศาลปกครองพิษณุโลกอยู่แล้ว เป็นความจริงหรือปั้นแต่งขึ้น?

หรือเป็นเพียงช่องทางในการเบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณสำหรับเดินทางไปพิษณุโลกเพื่อไปยกยอดฉัตร ณ วัดพิพัฒน์มงคล?

ส่วนที่สอง การคุณดิเรกฤทธิ์ห่วงใยในการทำหน้าที่สื่อมวลชนของผมนั้น รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก

ผมเชื่อว่า คุณดิเรกฤทธิ์เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูง ซึ่งชื่อเสียงเกียรติคุณของคุณดิเรกฤทธิ์ในด้านนี้เป็นที่เลื่องลืออย่างมากตั้งแต่คุณดิเรกฤทธิ์รับราชการอยู่ในกระทรวงมหาดไทยและได้รับมอบหมายให้ดูแลงานสำคัญๆ เช่น การดูแลปืนสวัสดิการของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยซึ่งผมยังคิดด้วยว่า น่าจะนำเกียรติประวัติดังกล่าวมาเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่าง

เมื่อผมได้รู้จักคุณดิเรกฤทธิ์ซึ่งย้ายมารับราชการที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ(สขร.)สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผมจำได้เลาๆว่า คุณดิเรกฤทธิ์ยังใช้ชื่อ “ชาญชัย” อยู่ได้เชิญผมไปบรรยายเรื่องพ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่เขาใหญ่พร้อมกับ ศาสตราจารย์ ดร.สุรพล นิติไกรพจน์  โดยไม่เคยคิดว่าจะได้ค่าบรรยายด้วยเพราะถือว่า เป็นการช่วยราชการ

แต่ต่อมาสักสัปดาห์หรือสองสัปดาห์เพื่อนผมใน สขร.แจ้งว่า ผมมีสิทธิ์ได้รับค่าบรรยายด้วย ถ้ายังไม่ได้จะทวงถามให้

ถ้าจำไม่ผิดคุณดิเรกฤทธิ์ได้กรุณาฝากค่าบรรยายมาให้ผมในภายหลังซึ่งเป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อย แต่สะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริตของคุณดิเรกฤทธิ์อย่างมากที่อุตสาห์ฝากค่าบรรยายเล็กๆน้อยๆมาให้

ดังนั้น เมื่อคุณดิเรกฤทธิ์ได้กรุณาแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชนให้แก่ผม จึงขอน้อมรับไปพิจารณาด้วยความขอบคุณ

หนังสือ

หนังสือ คำถามที่ ''ยิ่งลักษณ์'' ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้

วางแผงแล้ว !!

คำถามที่ "ยิ่งลักษณ์" ไม่กล้าตอบ และหนังสือ เรื่องไม่ได้เล่าเช้านี้ สำหรับใครที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้ 3 ช่องทางดังนี้
1.หาซื้อได้ตามร้านหนังสือทั่วไป
2.สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์ 3.โทรศัพท์: 081-634-7826 (คุณเล็ก)

Tags